ความหมายและความเชื่อเรื่องหยกเขียว ทำไมคนนิยมสวมใส่
หยกเขียวถูกยกให้เป็นอัญมณีแห่งคุณธรรมในวัฒนธรรมจีนกว่า 5,000 ปี บทความนี้อธิบายความหมายตามความเชื่อ การเลือกหยกตามวันเกิด และวิธีสวมใส่ที่ถูกต้อง
หยกเขียวหมายถึงอะไร? ตามความเชื่อที่สืบทอดกันมาในวัฒนธรรมจีนกว่า 5,000 ปี หยกเขียวคือสัญลักษณ์ของความเจริญงอกงาม สุขภาพ ความมั่งคั่ง และการคุ้มครองผู้สวมใส่ ผู้คนจึงนิยมสวมหยกติดตัวทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลและเพื่อเตือนใจตนเองให้ดำรงตนอย่างมีคุณธรรม บทความนี้รวบรวมความหมายตามสี ตามรูปทรง ธรรมเนียมการสวมใส่และการมอบเป็นของขวัญไว้ครบในที่เดียว
หมายเหตุตั้งแต่ต้น: เนื้อหาในบทความนี้เป็นการรวบรวมตามวัฒนธรรม ความเชื่อ และความศรัทธาที่สืบทอดกันมา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณ
หยกในวัฒนธรรมจีน — มากกว่าเครื่องประดับ
ในสายตาชาวจีนโบราณ หยกมีสถานะสูงกว่าทองคำ มีคำกล่าวว่า "ทองมีราคา หยกประเมินค่าไม่ได้" เพราะทองเป็นเพียงทรัพย์ แต่หยกเป็นตัวแทนของคุณธรรม 5 ประการ ที่ขงจื๊อเปรียบไว้ ได้แก่ ความเมตตา (เนื้อหยกอบอุ่นนุ่มนวล) ความซื่อสัตย์ (เนื้อในมองเห็นได้ ไม่ปิดบัง) ความสุภาพ (สัมผัสเรียบลื่น) ปัญญา (เสียงเคาะกังวานใสไปไกล) และความกล้าหาญ (หักได้แต่ไม่งอ) ขุนนางและบัณฑิตจีนจึงพกหยกติดตัวไม่ใช่เพื่ออวดฐานะ แต่เพื่อเตือนใจตนเองให้ประพฤติสมกับหยกที่พกอยู่
ธรรมเนียมนี้เดินทางมากับชาวจีนโพ้นทะเลสู่ประเทศไทย ความนิยมหยกในบ้านเราจึงผูกกับทั้งความเชื่อเรื่องโชคลาภแบบจีนและความศรัทธาแบบพุทธในรูปพระหยกและวัตถุมงคล
ความหมายตามสีของหยก
- เขียวสด / เขียวแอปเปิล — การเติบโต ความเจริญรุ่งเรือง สุขภาพแข็งแรง เป็นสีที่นิยมที่สุดสำหรับคนทำธุรกิจและผู้เริ่มต้นสิ่งใหม่
- เขียวเข้ม — ความมั่นคง อำนาจ การคุ้มครองจากสิ่งไม่ดี เหมาะกับผู้ใหญ่และผู้นำครอบครัว
- ขาว — ความบริสุทธิ์ ความสงบทางใจ นิยมในหมู่ผู้ปฏิบัติธรรมและมอบให้ผู้สูงอายุ
- ม่วงลาเวนเดอร์ — ความรัก ความสัมพันธ์อันดี และความคิดสร้างสรรค์ เป็นสีที่ผู้หญิงนิยมมากขึ้นทุกปี
- เหลือง–ส้ม — โชคลาภ ความมั่งคั่งทางการเงิน ตรงกับธาตุดินซึ่งหมายถึงความมั่นคงของทรัพย์
- ดำ — การปกป้องจากพลังงานลบ นิยมในหมู่ผู้ที่ต้องเดินทางหรือเจรจาต่อรองบ่อย
รูปทรงยอดนิยมและความหมาย
- พระพุทธรูปหยก — ความสงบ สติ และการคุ้มครองตามความศรัทธา คนไทยนิยมทั้งบูชาที่บ้านและห้อยติดตัว
- ปี่เซียะ — สัตว์มงคลที่กินทรัพย์เข้าอย่างเดียวไม่ถ่ายออก เป็นที่นิยมสูงสุดในกลุ่มนักธุรกิจและนักลงทุน ธรรมเนียมนิยมหันหน้าปี่เซียะออกนอกตัวเพื่อให้ "ออกไปหาทรัพย์"
- กำไลหยกวงกลม — ความสมบูรณ์ไม่มีที่สิ้นสุด ความกลมเกลียวในครอบครัว ตามความเชื่อยังทำหน้าที่ "รับเคราะห์แทนเจ้าของ" หากกำไลแตกโดยไม่มีสาเหตุ ผู้เฒ่าผู้แก่ถือว่าหยกช่วยรับสิ่งร้ายไปแล้ว
- ปลา — ความอุดมสมบูรณ์ เหลือกินเหลือใช้ มาจากคำพ้องเสียงจีน "อวี๋" ที่แปลว่าปลาและเหลือเฟือ
- น้ำเต้า — สุขภาพแข็งแรงและการดูดซับสิ่งไม่ดี
- ใบไม้ — การเริ่มต้นใหม่ ชีวิตที่งอกงาม เหมาะมอบให้ผู้เริ่มงานใหม่หรือย้ายบ้าน
- ถั่วฝัก — ความก้าวหน้าเป็นขั้นเป็นตอน นิยมให้นักเรียนนักศึกษา
เลือกหยกอย่างไรให้เข้ากับตัวเอง
หลักที่ใช้กันแพร่หลายมีสองแนว แนวแรกคือเลือกตามเป้าหมายชีวิต เช่น อยากเสริมการงานเลือกเขียวสด อยากเสริมความสัมพันธ์เลือกลาเวนเดอร์ อยากได้ความสงบเลือกขาว แนวที่สองคือเลือกตามธาตุประจำตัวในหลักฮวงจุ้ย ซึ่งละเอียดขึ้นและควรปรึกษาผู้รู้เฉพาะทาง สำหรับคนทั่วไป คำแนะนำที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือเลือกชิ้นที่จับแล้วรู้สึกถูกใจถูกตา เพราะของที่เราชอบจริงจะถูกหยิบมาใส่บ่อย และหยกที่ถูกสวมใส่สม่ำเสมอจะเงางามขึ้นตามเวลา ต่างจากชิ้นที่ซื้อตามตำราแล้วนอนอยู่ในลิ้นชัก
ธรรมเนียมการสวมใส่
ความเชื่อจีนนิยมสวมหยกข้างซ้าย เพราะถือเป็นด้านรับพลังงานดีเข้าสู่ตัวและอยู่ใกล้หัวใจ กำไลหยกจึงมักสวมที่ข้อมือซ้าย ส่วนจี้ห้อยคอให้แนบเนื้อได้ยิ่งดี อีกธรรมเนียมที่ยึดถือกันคือไม่ควรสวมหยกของคนอื่นโดยเฉพาะหยกที่ผู้ใส่เดิมใส่มานาน เพราะเชื่อว่าหยกจดจำเจ้าของ และเมื่อได้หยกใหม่มาควรทำความสะอาดก่อนใส่ครั้งแรกเสมอ ซึ่งข้อหลังนี้ตรงกับหลักสุขอนามัยพอดี ดูวิธีทำความสะอาดที่ถูกต้องได้ใน คู่มือดูแลรักษาหยก
หยกกับฮวงจุ้ยในบ้าน
นอกจากสวมใส่ติดตัว หยกยังถูกใช้เป็นของตกแต่งเสริมฮวงจุ้ยที่บ้านและร้านค้า ตำแหน่งที่นิยมกัน ได้แก่ ปี่เซียะคู่หน้าประตูหรือโต๊ะทำงานหันหน้าออกสู่ประตูเพื่อ "ออกไปคาบทรัพย์เข้าบ้าน" ต้นไม้หยกหรือผลไม้มงคลในห้องรับแขกฝั่งทิศตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งถือเป็นมุมแห่งความมั่งคั่ง และพระหยกบนหิ้งบูชาที่ควรอยู่สูงกว่าระดับสายตาและไม่หันหน้าเข้าห้องน้ำหรือบันได ข้อที่ตำราส่วนใหญ่ตรงกันคือของมงคลควรได้รับการดูแลให้สะอาดเสมอ ฝุ่นที่เกาะหนาถือเป็นการปล่อยปละสิ่งที่เราตั้งใจเชิญเข้าบ้าน ซึ่งมองในมุมปฏิบัติก็คือวินัยการดูแลบ้านที่ดีนั่นเอง
มอบหยกเป็นของขวัญ — ให้ในโอกาสไหนดี
การมอบหยกถือเป็นการส่งมอบความปรารถนาดีและการคุ้มครองไปพร้อมกัน โอกาสที่นิยม ได้แก่ ขึ้นบ้านใหม่และเปิดกิจการ (นิยมปี่เซียะหรือต้นไม้หยก) งานแต่งงาน (กำไลหยกจากแม่สู่ลูกสาว ถือเป็นการส่งต่อความคุ้มครองข้ามรุ่น) วันเกิดผู้ใหญ่ (พระหยกหรือหยกขาว สื่อถึงสุขภาพและอายุยืน) และรับปริญญาหรือเริ่มงานใหม่ (จี้ใบไม้หรือถั่วฝัก สื่อถึงความก้าวหน้า) ข้อควรรู้เล็กน้อยคือผู้รับตามธรรมเนียมจีนมักมอบเหรียญเล็ก ๆ ตอบแทนเชิงสัญลักษณ์ เพื่อให้ถือว่า "ซื้อ" ไม่ใช่รับเปล่า เชื่อว่าจะทำให้หยกอยู่กับผู้รับได้นาน
คำถามที่พบบ่อย
หยกต้อง "ปลุกเสก" หรือทำพิธีก่อนใส่ไหม
ขึ้นกับความศรัทธาของแต่ละคน สำหรับพระหยกและวัตถุมงคล ผู้ศรัทธานิยมนำไปให้พระสงฆ์อธิษฐานจิต ส่วนหยกเครื่องประดับทั่วไป ธรรมเนียมจีนเพียงแนะนำให้ล้างน้ำสะอาดก่อนใส่ครั้งแรกเท่านั้น
กำไลหยกแตก ต้องทำอย่างไร
ตามความเชื่อ หยกที่แตกได้ทำหน้าที่รับเคราะห์แทนเจ้าของแล้ว ให้ห่อผ้าเก็บหรือนำไปฝังดินเพื่อขอบคุณ ไม่ควรสวมต่อเพราะขอบที่แตกอาจบาดผิว ในมุมปฏิบัติ ชิ้นที่แตกสามารถนำไปเลี่ยมทองหรือแกะสลักใหม่เป็นชิ้นเล็กได้
คนไม่มีเชื้อสายจีนใส่หยกได้ไหม
ได้แน่นอน ความเชื่อเรื่องหยกเป็นเรื่องของเจตนาและความหมายที่ผู้ใส่ยึดถือ ไม่จำกัดเชื้อสาย และในแง่เครื่องประดับ หยกเขียวเข้ากับโทนผิวคนไทยได้ดีเป็นพิเศษ
หยกเลี่ยมทองต่างจากหยกเปล่าอย่างไรในแง่ความหมาย
ตามความเชื่อ "หยกเสริมคน ทองเสริมหยก" การเลี่ยมทองถือเป็นการเสริมพลังซึ่งกันและกันและเพิ่มความหมายเรื่องความมั่งคั่ง ในแง่การใช้งาน กรอบทองยังช่วยป้องกันขอบหยกจากการกระแทกด้วย
PM Jade มีพระหยก ปี่เซียะ กำไล และจี้หยกความหมายมงคลให้เลือกหลากหลาย ทุกชิ้นเป็นหยกพม่าธรรมชาติแท้ ดูสินค้าทั้งหมดได้ที่หน้า สินค้าของเรา หรือทัก LINE มาบอกโอกาสที่จะมอบ เรายินดีช่วยเลือกชิ้นที่ความหมายตรงใจ