หยกพม่า vs หยกจีน ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี
เปรียบเทียบหยกเจไดต์จากพม่ากับหยกเนไฟรต์จากจีน ทั้งด้านองค์ประกอบแร่ ความแข็ง สี ราคา และความเหมาะสมกับการใช้งานแต่ละแบบ
คำว่า “หยก” ในภาษาไทยครอบคลุมหินสองกลุ่มที่ต่างกันทางธรณีวิทยา คือ เจไดต์ (Jadeite) และ เนไฟรต์ (Nephrite) การเข้าใจความต่างช่วยให้เลือกซื้อได้ตรงความต้องการและไม่จ่ายแพงเกินจริง
หยกพม่า (เจไดต์)
พบมากที่รัฐคะฉิ่นของประเทศเมียนมา เป็นแหล่งเจไดต์คุณภาพสูงที่สำคัญที่สุดของโลก มีความแข็ง 6.5–7 ความหนาแน่นสูง เนื้อละเอียดเป็นเม็ดเล็ก ให้ความวาวคล้ายแก้วเมื่อขัดเงา
ช่วงสีกว้างมาก ตั้งแต่เขียวมรกต เขียวอ่อน ขาว ม่วงลาเวนเดอร์ ไปจนถึงเหลืองส้ม เจไดต์สีเขียวสดโปร่งแสงที่เรียกว่า “หยกจักรพรรดิ” เป็นเกรดที่มีมูลค่าสูงที่สุด
หยกจีน (เนไฟรต์)
เป็นหยกที่ใช้ในงานศิลปะจีนมาหลายพันปี ความแข็ง 6–6.5 เนื้อเป็นเส้นใยสานกันจึงเหนียวและทนต่อการแตกได้ดีกว่า เหมาะกับงานแกะสลักละเอียดชิ้นใหญ่
สีมักอยู่ในโทนเขียวเข้มอมเทา ขาวน้ำนม (หยกขาวเหอเถียนที่มีชื่อเสียง) และดำ ให้ความวาวคล้ายไขมันหรือขี้ผึ้ง ไม่วาวเหมือนแก้ว
สรุปการเลือก
- อยากได้สีเขียวสดใส โปร่งแสง เก็บเป็นของสะสมที่มีมูลค่าเพิ่ม → เลือกเจไดต์พม่า
- อยากได้ชิ้นงานแกะสลักใหญ่ ลายละเอียด ทนทาน ราคาเข้าถึงง่าย → เลือกเนไฟรต์
- ใส่ติดตัวทุกวัน → เจไดต์ทนรอยขูดขีดดีกว่า แต่เนไฟรต์ทนการกระแทกดีกว่า
สินค้าของ PM Jade เป็นเจไดต์จากเมียนมาทั้งหมด นำเข้าผ่านชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก